พระพุทธรูปประธาน วัดอ่างศิลา
พระพุทธรูปประธาน วัดอ่างศิลา พระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานชุกชี ทำปางมารวิชัย เป็นพระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์ มีพระสาวกพนมมือขนาบด้านข้าง แกลลอรี่
พระพุทธรูปประธาน วัดอ่างศิลา พระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานชุกชี ทำปางมารวิชัย เป็นพระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์ มีพระสาวกพนมมือขนาบด้านข้าง แกลลอรี่
จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ (หลังเก่า) วัดบางเป้ง ภาพพระอดีตพุทธ จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ (หลังเก่า) ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ปางมารวิชัยบนฐานชุกชีก่ออิฐถือปูนเป็นฐานปัทม์สูง ด้านข้างทั้งสองด้านมีพระอัครสาวกปูนปั้น ลงรักปิดทอง ประทับยืนพนมมือ เพดานไม้มีลายดวงดาราปิดทองล่องชาด ที่ผนังพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังทุกด้านลักษณะของภาพแบ่งออกเป็น ๔ แถว ตั้งแต่เหนือกรอบหน้าต่างขึ้นไปจนจรดเพดานเป็นภาพพระอดีตพุทธประทับนั่งขัดสมาธิราบ
พระอุโบสถ (หลังเก่า) วัดบางเป้ง ความเป็นมา หลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญของวัดบางเป้ง คือ พระอุโบสถ (หลังเก่า) ลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นอาคารอิฐถือปูน ผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้องดินเผา ลดชั้น ๒ ชั้น ด้านสกัดหน้า-หลังชักปีกนกยื่นออกมาบรรจบกับตับหลังคาด้านข้างคลุมโดยรอบอาคาร มีเสาซีเมนต์ตั้งรับชายคาเป็นระยะ
วัดบางเป้ง ความเป็นมา วัดบางเป้ง ตั้งอยู่เลขที่ ๗๐ หมู่ ถนนมิตรสัมพันธ์ ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี วัดบางเป้ง ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๗๔ โดยนายกล่ำ ชาวบ้านตำบลแสนสุข
มณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาท วัดอ่างศิลา มณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาท ลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคาเครื่องไม้ทรงจตุรมุขลดชั้น ๒ ชั้น มุงกระเบื้องดินเผา โดยรอบมีพาไลลดชั้นคลุม เครื่องลำยองช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ ไม้ลงรักปิดทองประดับกระจก หน้าบันไม้แกะสลักประดับกระจกรูปเทพพนม มีเสาคอนกรีตตั้งรับโครงหลังคาพาไลเป็นระยะ ระหว่างโคนเสาก่อเป็นพนักระเบียงมีลูกกรง เว้นบันไดทางขึ้นตรงกึ่งกลางด้านทุกด้าน ตัวอาคารพระมณฑปมีฐานบัวลูกแก้วอกไก่
เจดีย์ทรงเครื่องย่อมุมไม้สิบสอง วัดอ่างศิลา เจดีย์ทรงเครื่องย่อมุมไม้สิบสอง ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของพระอุโบสถ (หลังใน) ลักษณะเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน ฐานชั้นล่างสุด เป็นฐานเชียงย่อมุม ถัดขึ้นไปเป็นชุดฐานสิงห์ช้อนกัน ๓ ชั้น องค์ระฆังย่อมุมไม้สิบสองมีลายปูนปั้นเป็นสังวาลย์ตกแต่งแล มีบัวปากระฆังรองรับส่วนยอดเจดีย์มีบัลลังก์สี่เหลี่ยม รองรับบัวคลุ่มเถา ปล้องไฉนและปลียอด ยอดบนสุดเป็นลูกแก้ว
จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ (หลังใน) วัดอ่างศิลา ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูป ปางมารวิชัยบนฐานชุกชีก่ออิฐถือปูนเป็นฐานปัทม์สูง ด้านข้างทั้งสองด้านมีพระอัครสาวกประทับนั่งพนมมือ ที่ผนังพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังทุกด้าน สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ใช้สีสันสดใสในการเขียน เป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่องกันโดยตลอดทั้งที่เป็นส่วนห้องภาพ และส่วนที่อยู่เหนือกรอบเช็ดหน้าของหน้าต่างขึ้นไปจนจรดเพดาน เรื่องราวที่เขียนเป็นพุทธประวัติจากพระปฐมสมโพธิกถาเริ่มตั้งแต่เหล่าเทวดาอัญเชิญสันดุสิตเทวบุตรให้ลงมาจุติในโลกมนุษย์ และเหตุการณ์สำคัญอื่นๆ เช่น อภิเษกพระเจ้าสุทโทธนะ และพระนางสิริมหามายา พระนางสิริมหามายาประสูติเจ้าชายสิทธัตถะเรื่อยไปจนเจ้าชายสิทธัตถะทรงอภิเษกพระนางยโสธรา
พระอุโบสถ (หลังใน) : วัดอ่างศิลา พระอุโบสถ (หลังใน) และเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง วัดอ่างศิลา) พระอุโบสถ (หลังใน) วัดอ่างศิลา ลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนแบบสถาปัตยกรรมไทย ผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาเครื่องไม้ลดชั้นสองตอนหน้า-หลัง มุงกระเบื้องสีซ้อนกันชั้นละ ๒ ตับ ด้านสกัดหน้า-หลังมีหลังคาพาไลยื่นออกมาตรงกึ่งกลางยกสูงด้านข้างทำเป็นมุมเชื่อมต่อกับตับหลังคาด้านข้างคลุมรอบอาคารซึ่งเป็นรูปแบบเฉพาะ มีเสาคอนกรีตตั้งรับชายคาเป็นระยะระหว่างเสาด้านล่างก่อเป็นพนักทึบเตียเว้นช่องทางเข้า-ออกด้านละ ๒
วัดอ่างศิลา ความเป็นมา พระราชหัตถเลขา เมื่อสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง เสด็จประพาส ตำบล เสม็ด- อ่างศิลา “ค่ายหลวงตำบลอ่างศิลา ณ วันอังคาร แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๒ ปีชวด อัฐศก ศักราช ๑๒๓๘
อุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยา ภาพจาก: http://www.bloggang.com ทางเข้าอุทยานหินล้านปีและฟาร์จระเข้พัทยา ความเป็นมา อุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยา ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า ๑๗๕ ไร่ ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์จากตัวเมืองพัทยาเพียง ๑๕ นาทีเราได้เพียรพยายามมานานกว่า ๒๐ ปี เพื่อสรรสร้างอุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจ สำหรับบรรดาผู้รักธรรมชาติ เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นที่จัดแสดงพันธุ์สัตว์ป่า