ประเพณีการนมัสการรอยพระบาทเขาคิชฌกูฏ หรือพระบาทพลวง เป็นเทศกาลเดือน ๓ ที่ปฏิบัติกันมานานแล้วเดิม
เริ่มขึ้นไปนมัสการในวันขึ้น ๑ ค่ำ – ขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๓ รวม ๑๕ วันของทุกปี แต่มาระยะหลังเริ่มเป็นที่รู้จักของผู้คน
ที่มีความเลื่อมใสศรัทธา ทั้งชาวไทยและต่างประเทศได้เปิดเวลาให้นมัสการมากขึ้นกล่าวคือ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘
เป็นต้นมา เปิดให้นมัสการ ๖๐ วันและยังคงยึดเดือน ๓ เหมือนเดิม

ก่อนการนมัสการจะเริ่มขึ้น คือในวันแรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๒ จะมีการทำพิธีเปิด
พระบาทเรียกว่า “เปิดป่า” แล้วจึงเริ่มเปิดให้ขึ้นนมัสการพระบาทจนครบ ๖๐
วัน จึงมีพิธีเปิดป่า สำหรับการเดินทางไปนมัสการในสมัยแรกต้องเดินด้วยเท้า
โดยเริ่มตั้งแต่วัดพลวง ไปจนถึงพระบาทและกลับไม่ทันในวันเดียว คนที่จะขึ้น
ไปนมัสการจะต้องพักค้าง แต่ในปัจจุบันสามารถไปกลับได้ภายในวันเดียว
การขึ้นก็อาจเดินด้วยเท้า ใช้เวลาในการขึ้นรวมทั้งพักระหว่างทางด้วยประมาณ
๕ ชั่วโมง แต่ถ้าไม่เดินจะมีรถให้บริการเป็นช่วง ๒ ช่วง แล้วเดินทางต่อด้วย
เท้าอีกประมาณ ๑ชั่วโมง แต่การเดินทางด้วยเท้าจะมีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศ ร่มรื่น ความงดงามของป่า ตามธรรมชาติได้มากกว่า
เมื่อขึ้นไปถึงพระบาท จะหายเหน็ดเหนื่อยทันที เพราะอากาศเย็นสบาย และสามารถมองทิวทัศน์ที่งดงามของเมือง
จันทบุรี ได้ส่วนหนึ่ง ระหว่างทางจะมีเจดีย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้แวะนมัสการและต่อจากพระบาทจะมีห้างฝรั่ง สำหรับ
พักผ่อนหย่อนใจ นอกจากนี้ยังมีถ้ำหลายถ้ำให้ได้เข้าไปชมเช่น ถ้ำน้ำ ถ้ำวิมาน และถ้ำฤาษี ระหว่างการเดินทางจะ
พบกับคนหลายวัย แม้จะมาจากต่างถิ่นต่างที่แต่ก็จะแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน
เชื่อกันว่า การไปนมัสการพระบาทพลวง จะได้บุญมากประสงค์สิ่งใดมักได้ดังปรารถนา ถ้าใครได้ขึ้นไปนมัสการครบ
๗ ครั้ง เปรียบเสมือนได้บวชหนึ่งครั้งหรือเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ จากการสุ่มสอบถามผู้ที่มานมัสการพระบาทพลวงจึงมัก
พบผู้คนที่มานมัสการพระบาทพลวงมากกว่า ๑ ครั้ง
การเดินทางจากจันทบุรี เป็นทางลาดยางแยกจากถนนสุขุมวิท ตรงสี่แยกเขาไร่ยาเข้าไปตามเส้นทางไปน้ำตกกระทิง
เมื่อถึงหมู่บ้านกระทิงแยกขวาเข้าหมู่บ้านพลวงก็ถึงวัดพลวง จะมีรถบริการต่อไป ถ้าไม่เดินด้วยเท้า หากใครได้มา
นมัสการพระบาทพลวงถือว่าเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตของตนเอง
ข้อมูลโดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี
