อำเภอพนมสารคาม

          ความเป็นมา ที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่ที่หมู่ ๑ ตำบลพนมสารคาม ริมทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ หรือสายฉะเชิงเทรา-ปราจีนบุรี-กบินทร์บุรี ห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศตะวันออกประมาณ ๓๒ กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ ๕๕๐ ตารางกิโลเมตร โดยได้รับการจัดตั้งเป็น อำเภอเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๗ สำหรับอำเภอพนมสารคามนี้เดิมมีฐานะเป็นหัวเมืองด้านตะวันออกของพระนครศรีอยุธยา ชื่อว่าเมืองพนมสารคาม มีอายุร่วมสมัยกับเมืองพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี และเมืองสนามชัยเขต ซึ่งปัจจุบันคืออำเภอสนามชัยเขตลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง มีภูเขาเตี้ยๆ เรียงรายอยู่หลายลูกมีภูเขาที่ชื่อว่าเขาหินซ้อนรวมอยู่ด้วย เหตุที่เรียก เขาหินซ้อนก็เนื่องจากว่าทั่วบริเวณมีหินขนาดใหญ่-น้อยรูปร่างต่างๆ เรียงรายอยู่ทั่วไป ปัจจุบันได้รับการจัดตั้งเป็นเขตป่าสงวนเรียกว่า สวนรุกขชาติเขาหินซ้อน ในเขตพื้นที่ของอำเภอไม่มีแม่น้ำไหลผ่าน ลำน้ำที่สำคัญ ได้แก่ คลองท่าลาด เป็นคลองน้ำจืดที่เกิดจากการไหล มารวมกันของแควระบมและแควสียัดจากพื้นที่อำเภอสนามชัยเขต นื่องจากสภาพพื้นที่มีความแห้งแล้ง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการประกอบอาชีพเพาะปลูกที่ไม่ได้ผล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระดำริขึ้น เพื่อใช้เป็น ศูนย์ศึกษาพัฒนาการเกษตรแผนใหม่ โดยความร่วมมือทั้งจากภาครัฐและเอกชน เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่ให้ประชาชนที่ประสบปัญหาได้นำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน ปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่ รองลงมาได้แก่ ทำสวน ทำนา และเลี้ยงสัตว์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการเกษตร ในลักษณะเกษตรแผนใหม่ คือ ทำไร่นาสวนผสม และแบ่งการปกครองออกเป็น ๒ ส่วน คือการปกครองส่วนภูมิภาค อำเภอพนมสารคาม แบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น ๘ ตำบล ๘๗ หมู่บ้าน ได้แก่

 ๑. ตำบลเกาะขนุน  Ko Khanun
 ๒. ตำบลบ้านซ่อง  Ban Song
 ๓. ตำบลพนมสารคาม  Phanom Sarakham
 ๔. ตำบลเมืองเก่า  Mueang Kao
 ๕. ตำบลหนองยาว  Nong Yao
 ๖. ตำบลท่าถ่าน  Tha Than
 ๗. ตำบลหนองแหน  Nong Nae
 ๘. ตำบลเขาหินซ้อน  Khao Hin Son

            การปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วยเทศบาล ๕ แห่ง เทศบาลตำบลเกาะขนุน เทศบาลตำบลเขาหินซ้อน เทศบาลตำบลพนมสารคามเทศบาลตำบล
บ้านซ่อง เทศบาลตำบลท่าถ่านและมีองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ครบทุกตำบล

เอกสารอ้างอิง: มาลี แดงดอกไม้. (๒๕๔๒). ฉะเชิงเทรา : เมืองเกษตร-อุตสาหกรรม. กรุงเทพฯ: แสงปัญญาเลิศ.

Scroll to Top