หลังเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว ชาวนาก็จะเตรียมลานสำหรับนวดข้าว ชาวนาจะนำฟ่อนข้าวมาวางเรียงซ้อน ๆ กันในลานนวด
กลางลานมีเสาเกียดปักอยู่ตรงกลาง เพื่อใช้เป็นหลักมัดพรวนควาย ประมาณ ๕-๖ ตัว มัดเรียงกันเป็นแถว (ปลาย
พรวนมัดติดกับเสาเกียดไว้)
เวลาใกล้ค่ำได้เวลาตกฟ่อน ชาวนาจะนำควายที่มัดเป็นพรวนติดกับเสาเกียดย่ำลงบนฟ่อนข้าวที่วางเรียงซ้อนไว้
กลางลานนวด เมื่อเม็ดข้าวร่วงจากฟ่อน ชาวนาจะตัดฟางที่มัดฟ่อนข้าวออกและชาวนาจะใช้มือหอบฟ่อนข้าวขึ้นมากอง
รอบเสาเกียด เป็นการรื้อฟ่อนข้าวออกเอาแต่เม็ดข้าวไว้ชาวนาจะซัดฟางข้าวโดยใช้มือหอบโยนไปที่เสาเกียดกลาง
ลานนวดแล้วใช้ควายชุดเดิมมัดพรวนติดกับเสาเกียดอีกครั้งย่ำฟ่อนข้าวอีกหนให้เม็ดข้าวร่วงหล่นให้หมด หลังจาก
นั้นใช้ดองเกี่ยวฟางข้าวโยนออกไปนอกลาน ก็จะเหลือแต่เม็ดข้าวเปลือกไว้ ขณะที่พานฟางชาวบ้านจะต้องร้องเพลง
โหงขึ้นต้นว่า โหงอ่อนเอย ร่อนลงอยู่ในดงมะไฟ หนุ่มสาวจะร้องเพลงแก้กันอย่างสนุกสนานจนหายเหนื่อย
เสร็จพิธีพานฟางก็จะทำข้าวเหนียวน้ำกะทิเลี้ยงกันอย่างอิ่มหนำสำราญด้วยความสนุกสนานรักใคร่สามัคคี ประเพณี
พานฟาง ปัจจุบันไม่มีแล้ว เพราะเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของชาวบ้านจนทำให้ประเพณีบางอย่าง
หดหายไปตามกาลเวลา หลงเหลือไว้แต่ความทรงจำ เพื่อเล่าขานให้ลูกหลานเกิดความภาคภูมิใจในประเพณีของบรรพ
บุรุษไทย
ข้อมูลโดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี
