เป็นประเพณีที่มีมาช้านานตามที่เล่ากันมาก็เกือบร้อยปีแล้ว นับว่าเป็นวัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวเราที่สืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน ซึ่งในวันไหลวันสุดท้ายของสงกรานต์ ชาวบ้านก็จะทำการแห่พญายมแล้วก็นำไปลอยทะเล
พญายม
คาถาบูชาพญายม : คาถาขอพรพญายม
ความเชื่อถือของชาวบ้าน
ทำพิธ๊แห่พญายม
ประวัติความเป็นมา
เกิดจากชาวบ้านอย่างแท้จริง เกิดขึ้นในหมู่บ้าน “บ้านไร่ดินแดง” ซึ่งอยู่ตรงหน้าเขาพระพุทธบาทและพื้นที่ราบหน้าเขาฉลากไปจรดชายทะเล ในราว พ.ศ.2442 ด้วยการริเริ่มของ นายติ้น ชิดเชื้อ และเพื่อนๆได้พากันสร้างพญายมขึ้น แต่ก็ได้เว้นระยะไประยะหนึ่ง จนกระทั่งราว พ.ศ.2500 ชาวบ้านคอเขาบางพระได้ฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้ง โดยการนำของนายต๋อย สุขสวัสดิ์ นายอิ้น บัวเขียว นายผ่อง กุระ นายวิโรจน์ มัชฌิโม นายอำนวย บรรเจิด เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงชักชวนชาวบ้าน มาช่วยกันจัดงานแห่พญายม และทำสืบเนื่องกันมาหลายปี จนนายต๋อย นายอิ้น เสียชีวิตไป นายใส – นายดำ เสริมศรี ที่เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านก็ได้เสริมต่อมาจนถึงทุกวันนี้
การแห่พญายม
แรงจูงใจที่ทำให้เกิดประเพณีนี้คือ การที่บริเวณอาณาบริเวณหมู่บ้านบางพระ และบริเวณหมู่บ้านไร่ดินแดงนั้นขึ้นเติมไปด้วยป่าดงดิบ มีต้นไม้เต็มไปหมด มีสัตว์ภัยนานาชนิดชุกชุมชาวบ้านจึงเป็นไข้ป่าเจ็บป่วยกันเป็นประจำการรักษาก็เป็นไปตามพื้นบ้าน จึงคิดที่จะมุ่งหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ มุ่งที่จะขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้หมดไป เพื่อชาวบ้านจะได้รอดพ้นจากทุกข์การเจ็บไข้ได้ป่วยกันสิ่งชั่วร้ายให้หมดไป เพื่อชาวบ้านจะได้รอดพ้นจากทุกข์การเจ็บไข้ได้ป่วยกัน
ดังนั้นชาวบ้านจึงได้คิดสร้างหุ่น “พญายม” ขึ้น ถือว่าพญายมนี้เป็นเทพเจ้าที่เป็นผู้ควบคุมดูแลภูตผีปีศาจมารร้ายทั้งปวงให้จับเก็บสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ไว้กับตัวพญายมไปปล่อยทะเลเสีย จะได้เป็นการปลดปล่อยสิ่งชั่วร้าย ชาวบ้านก็จะอยู่กันอย่างมีความสุขตลอดไป การสร้างหุ่นพญายมนั้นเกิดจากฝีมือของชาวบ้าน แม้จะไม่สวยนัก โดยจะช่วยกันสร้างเป็นเวลา 2 วันก่อนแห่ ใช้ไม้นุ่น ไม้ไผ่ เป็นแพรองข้างล่างไว้เพื่อที่จะสามารถลอยน้ำได้ ตัวพญายมใช้ไม้ไผ่สานอุดด้วยฟางข้าวประกอบกันเป็นตัวหุ่น (เดี๋ยวนี้ใช้กระสอบป่านแทน) แล้วปะด้วยกระดาษ ทาสีตบแต่งหน้าตาให้ดูดุร้ายน่ากลัว
พิธีจะเริ่มหลังวันสงกรานต์ (ราววันที่ 18) ก่อนวันแห่เป็นวันสุกดิบ ชาวบ้านจะนำพญายมมาตั้งไว้กลางลานในตอนเย็น นิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป มาเจริญพระพุทธมนต์เย็นแล้วสวดเบิกเนตร พร้อมกับตั้งกองผ้าป่าขึ้นเพื่อชาวบ้านจะได้ช่วยกันทำบุญเอาเงินเข้าวัดมีการก่อพระทรายในบริเวณนั้นตามแต่ประเพณีของวันสงกรานต์

ภาพจาก : http://www.oknation.net/blog/benjaporn/2008/04/20/entry-1
ตอนรุ่งเช้า ชาวบ้านทั้งหลายจะพาลูกหลานนำข้าวปลาอาหารมาถวายพระที่มาเจริญพระพุทธมนต์ แล้วก็ร่วมกันกินอาหารด้วยกันเป็นที่สนุกสนานฉันท์พี่น้อง มีขายธงปักตกแต่งพระทราย และช่วยกันทำบุญกองผ้าป่า (นำเงินไปซื้อสิ่งของเข้าวัด) หลังจากนั้นก็รอเวลาแดดร่มเสียก่อนในราว 4 โมงเย็น ก็จัดเป็นขบวนแห่สนุกสนาน มีกลองยาวนำ ชายหญิงแต่งตัวกันสวยงาม บางคนเป็นชายแต่งหญิง หรือแต่งตัวตามชาดกละคร อย่างเช่น ชูชก กัณหา-ชาลี ยักษ์-ลิง แห่กันเป็นแถวยาวเหยียด มีรถยนต์ร่วมนำขบวนหลายสิบคัน ชาวบ้านหลายร้อยคน นำพญายมที่สร้างไว้ไปตั้งชายทะเลท้ายบ้าน
ที่ชายทะเลก็จะมีหนุ่มสาว ผู้เฒ่า ผู้แก่มาร่วมกันสาดน้ำ เล่นกีฬาพื้นบ้าน อาทิ ชักกะเย่อ ปีนเสาน้ำมัน ตี่จับ ช่วงรำ สะบ้า ฯลฯ
เมื่อถึงเวลาเกือบพลบค่ำ พระสงฆ์ 9 รูป จะสวดคาถาชัยมงคล ชาวบ้านทั้งหลายก็จะจุดธูปเทียนอธิษฐานขอความมีโชคแก่ตนเอง และครอบครัว ขอให้ภูตผีปีศาจสิ่งชั่วร้าย ความทุกข์โศกโรคภัยจางไปกับพญายมนั้นเสีย หลักจากนั้นหนุ่มๆ ร่างกายแข็งแรง จะแบกพญายมเดินลงไปในท้องทะเลที่ลึกจนถึงเพียงคอ พอที่คลื่นจะพาพญายมให้ล่องลอยออกไปในท้องทะเลให้ไกลแสนไกลพิธีจบก็พลบค่ำพอดี
ภาพจาก :
ในช่วงเวลาปี พ.ศ. 2530 มานี้ บ้านเมืองเจริญขึ้นผู้คนมากขึ้น กำนันผู้ใหญ่บ้านก็เข้ามาช่วยเหลือหารจัดสร้างพญายม ช่วยจัดขบวนแห่ให้สวยงามมีระเบียบ การแข่งขันกีฬาพื้นเมืองเล็กก็สนุกยิ่งขึ้น
เมื่อมีสภาตำบลและสุขาภิบาลบางพระ ต่อมาเปลี่ยนแปลงเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล (อ.บ.ต.) และเทศบาลตำบลบางพระทั้งสองหน่วยงานก็รับจัดให้เป็นประเพณีวัฒนธรรมพื้นบ้านการแห่แหนก็เป็นขบวนมากขึ้น มีหลายหน่วยงานมาร่วมกัน อาทิ ชาวบ้าน หมู่ต่างๆ ในตำบลบางพระ ชมรมลูกเสือชาวบ้าน เทศบาลแสนสุข เทศบาลเมืองศรีราชา
ในตอนเย็นที่ชายทะเล มีการเลี้ยงอาหารชาวบ้านที่มาร่วมงาน มีการแข่งขันกีฬาของชุมชนต่างๆ เป็นที่สนุกสนาน ผู้นำชุมชน เช่น ชมรมแม่บาน ชมรมผู้สูงอายุ สมาชิกเทศบาล สจ. ส.ส. อ.บ.ต. ก็ให้เกียรติมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง
ในการปล่อยพญายมในทะเลลึกนั้น ในช่วงหลังนี้ชาวบ้านประมงบางพระที่มีเรือ ก็ช่วยนำเรือมาบรรทุกไปปล่อยไกลถึงหน้าอ่าวบางพระ (ประมาณ 3 กิโลเมตร) นับว่าเป็นความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องชาวบางพระหลายฝ่ายที่ช่วยกันผดุงรักษาประเพณี วัฒนธรรมพื้นบ้านไว้ และสืบต่อเนื่องกันไป
แหล่งอ้างอิง :
http://www.chonburiwatana.com/Article1.html
ข้อมูลเพิ่มเติม














