ที่ว่าการอำเภอบ้านค่าย
ระยอง ปรากฏนามเป็นครั้งแรกในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมไตรโลกนาถ พ.ศ. 1991-2031 (กษัตริย์ลำดับที่ 8 ราชวงค์สุพรรณภูมิ) ในฐานะหัวเมืองจัตวาโดยสันนิษฐานว่า เมืองระยองหรือบ้านค่ายถูกขอมโบราณสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 1,600 ปีที่แล้วคู่กับจังหวัดจันทบุรี (ขอมโบราณตั้งชื่อว่า
‘เจือนตาโบน’ แปลว่าเมืองทางตอนใต้ของกัมพูชา) ขณะที่คำว่า”ระยอง” เป็นภาษาชองชนพื้นเมืองดั้งเดิมแปลว่า เขตแดนหรือดินแดนที่เต็มไปด้วยต้นประดู่อีกด้านหนึ่งคือความเหมือนที่แตกต่างกันครับ คือ การใช้
“ดอกประดู่” เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของทหารเรือจากเหตุการณ์ รศ.112 (ปีพ.ศ. 2436 ใช้การนับจาก
2324-2325 = รศ.1) คือจุดเริ่มต้นครับเมื่อเกิดเหตุการณ์ ฝรั่งเศสชาติมหาอำนาจที่มีอิทธิพลเหนือดินแดนเวียดนาม, ลาว, เขมร ในอินโดจีนขณะนั้น ต้องการอยากจะได้ไทยเป็นเมืองข้นด้วย ได้ใช้เรือรบพร้อมอาวุธที่ทันสมัยจำนวนสองลำมาปิดปากอ่าวไทย ทำให้ไทยต้องยอมเสียดินแดนที่เรียกว่ามณฑลบูรพาคือศรีโสภณ, พระตะบอง, เสียมราฐและเกาะกงหรือชื่อที่ ร.4 ทรงตั้งว่า ประจันตคีรีเขตร์ (เสียมราฐ คือ อดีตเมืองหลวงแรกของประเทศเขมรนอกส่วนประเทศเขมรใน เมืองหลวงคือกรุงพนมเปญ)
ในปี พ.ศ. 2449 เพื่อแลกกับอิสรภาพและการปลดแอกของฝรั่งเศสที่มีต่อการครอบครองจันทบุรี 12 ปีระหว่างปีพ.ศ. 2436-2448 และเข้ายึดตราด โดยใช้กำลังทหารฝรั่งเศสปกครองทั้งหมด 13 ปีระหว่างปี พ.ศ. 2436-2449 จึงถอนทหารออกไปหลังไทยเสียดินแดน จะเห็นได้ว่าช่วง 12 ปีที่จันทบุรี และ 13 ปีที่ตราดถูกครอบครองโดยฝรั่งเศสนั้นทำให้เมืองระยองเป็นจังหวัดชายแดนไปแบบไม่เต็มใจนัก ตามเส้นแบ่งเขตประเทศและค่ายทหารเรือค่ายแรกอีกทั้งเป็นหน่วยทหารหน่วยแรกที่ถูกตั้งขึ้น ก่อนที่จะมีการตั้งหน่วยงานทหารบกและทหารอากาศ ก็มาตั้งค่ายที่ ต.เพ ครับ เพื่อใช้ในการปกป้องอธิปไตย ทหารเรือจึงรับเอาดอกไม้ประจำจังหวัดของระยองคือดอกประดู่สีเหลือง ตามความหมายของคำว่าระยองที่หมายถึงดินแดนต้นประดู่ มาเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ด้วยส่วนต้นไม้ประจำจังหวัดระยองคือต้นกระทิงออกดอกสีขาวสวยงามเช่นกัน เป็นไม้ที่เห็นได้ทั่วไปตามชายฝั่งทะเลระยองที่มีความยาวประมาณ 100 กิโลเมตรส่วนคำว่า”บ้านค่าย”แต่เดิมเรียกว่าบ้านไผ่ล้อม หรือตำบลบ้านปากกอไผ่โดยมีหลักฐานยืนยันว่าในปี พ.ศ. 2310
หลังกรุงศรีอยุธยาถูกทัพพม่าโดยพระเจ้ามังระซึ่งสูญเสียพระบิดา พระเจ้าอลองพญากษัตริย์พม่าในการล้อมกรุงศรีอยุธยาเมื่อ 8 ปีก่อน โดยถูกพระแสงของพระเจ้าอุทุมพร กษัตริย์ลำดับที่ 32 ยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส และสิ้นพระชนม์บนหลังช้างขณะยกทัพกลับกรุงหงสาวดี โดยพระเจ้ามังระพกความแค้นมาเต็มพิกัดล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่เกือบ 1 ปีก่อนเผด็จศึกพระเจ้าเอกทัศน์ กษัตริย์ลำดับสุดท้ายที่ 33 ลงอย่างราบคาบ ในช่วงก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ได้คุมกำลังทหารไทยและทหารจีนประมาณ 700 และมุ่งหน้าสู่จังหวัดชายฝั่งทะเลตะวันออกเพื่อรวบ ต้องมีชุมชนลูกชาวจีน เพราะพระบิดาของพระเจ้าตาก นทบุรีโดยมุ่งหน้ามาทางนครนายกผ่านปราจีนบุรี ฉะเชิงเทราแล้วมุ่งตรงสู่ อ.สัตหีบ นั้นมุ่งหน้าสู่ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง (พลาเข้าตำบลทับมา(ทับมา-ทัพมา) เป็นคืนแรกและพักไพร่พลที่นี่ร่วม2เดือนเต็มในเขตเมืองระยองและยึดเมืองระยองเอาไว้ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2310 ได้บุกตีเมืองจันทบุรี คืน 5 วัน และพักอยู่ที่จันทบุรีประมาณ2เดือนนอกในการเดินทางกลับกรุงศรีอยุธยาโดยเข้าปากแม่น้ำบางปะกงไปขึ้นท่าที่นครนายกในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยสยามประเทศ (เปลี่ยนชื่อเป็น ‘ไทย’ วันที่ 24 โดยจอมพลแปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีอยู่ในเขตปกครองของมณฑลจันทบูรณ์มีเพียงแค่ 2 อำเภอตะวันออกต่อมาคืออำเภอท่าประดู่ส่วนอีกอำเภอคืออำเภอตะวันตกซึ่งในเวลาต่อมาสถานที่ตั้งตัวอำเภอในขณะซึ่งการเรียกชื่อดังกล่าวมีบันทึกอดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านค่ายที่บันทึกไว้เมื่อวันที่ 26 ต่อมาในปี พ.ศ. 2450 ได้ยุบเมืองแกลงมาขึ้น หรือท่าประดู่ อำเภอไผ่ล้อม และอำเภอแกลงข้อมูลโดย https://www.facebook.com/new.on.547
