อุทัย พิมพ์ใจชล
วัน เดือน ปีเกิด
การศึกษา
การทำงาน
ทางการเมือง
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๑
เตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนเทศิรินทร์ กรุงเทพฯ
นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาตรี
เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษาวิชากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
นายอุทัย พิมพ์ใจชน เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ จากการชักชวนของนายธรรมนูญ เทียนเงิน สมาชิกพรรค จนกระทั่งเกิดรัฐประหาร ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๔ จอมพลถนอม กิตติขจรและจอมพลประภาส จารุเสถียร ยึดอำนาจตัวเอง นายอุทัย พิมพ์ใจชน พร้อมด้วย ส.ส. อีก ๒ คน คือนายอนันต์ ภักดิ์ประไพ และนายบุญเกิด หิรัญคำ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาให้ดำเนินคดีต่อคณะปฏิวัติในข้อหากบฏ ถือเป็นท้าทายอำนาจของผู้มีอำนาจอย่างตรงไปตรงมา แต่แล้วศาลได้ตีความ และทำให้ทั้งสามคนตกเป็นจำเลย และถูกจำคุก ซึ่งต่อมาในยุครัฐบาลนายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งหมดก็ได้รับการปลดปล่อย
ในปี พ.ศ. ๒๕๒๒ เมื่อ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้พ้นวาระและประกาศวางมือการเมือง นายอุทัยได้ลงแข่งขันเป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไป กับ นายชวน หลีกภัย เพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์รุ่นเดียวกับ และ พ.อ.(พิเศษ)ถนัด คอมันตร์ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ท่ามกลางการจับตามองของหลายฝ่าย โดยนายอุทัยได้รับการสนับสนุนจาก นายธรรมนูญ เทียนเงิน อดีตเลขาธิการพรรค ด้วยความเป็นคนชลบุรีด้วยกัน ปรากฏว่า ที่ประชุมพรรคได้เลือก พ.อ.(พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ เป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไป หลังจากนั้นไม่นาน นายอุทัยก็ได้ลาออกไปตั้งพรรคการเมืองของตัวเองทั้งพรรคก้าวหน้า และพรรคเอกภาพ
นายอุทัย ได้ตกเป็นข่าวฮือฮาในปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ขณะดำรงตำแหน่งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อถูกติวเตอร์คนหนึ่ง ปาถุงอุจจาระ ใส่ขณะแถลงข่าว หลังเหตุการณ์ครั้งนั้น นายอุทัย ไม่ได้ดำเนินคดี หรือตอบโต้ใด ๆ กับผู้ก่อเหตุ ซึ่งส่งผลดีกับภาพลักษณ์ของนายอุทัย ในฐานะเป็นผู้มีอาวุโส ที่ไม่ใช้อำนาจกับผู้ด้อยอำนาจกว่า
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ นายอุทัยได้รับเลือกให้เป็น ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐
ในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ เมื่อพรรคไทยรักไทยได้รับเสียงข้างมากในการเลือกตั้ง นายอุทัยก็ได้ย้ายตัวเองเข้าสังกัด พรรคไทยรักไทย ได้ดำรงตำแหน่ง ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎรต่อมาในการขับไล่ ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่ท้องสนามหลวง นายอุทัยได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย ต่อมาในการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกเมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๙ นายอุทัยก็ได้ลงรับสมัครในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และได้รับการเลือกตั้งอีกครั้ง โดยได้รับเลือกมาเป็นลำดับที่ ๑๒ ได้คะแนน ๒๕,๔๐๗ คะแนน
ก่อนการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๕๐ เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ นายอุทัยเป็นบุคคลหนึ่ง ที่แสดงความเห็นอย่างชัดแจ้ง ไม่เห็นด้วยกับการรับร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐
ปัจจุบัน นายอุทัยได้ยุติบทบาททางการเมืองโดยสิ้นเชิงแล้ว โดยไปทำสวนเกษตรกรรมที่จังหวัดชลบุรี บ้านเกิด
พ.ศ. ๒๕๑๒ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์
พ.ศ. ๒๕๑๘ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
พ.ศ. ๒๕๑๙ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์
ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา
พ.ศ. ๒๕๒๖ ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ก่อตั้งและเป็นหัวหน้าพรรคก้าวหน้า
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคก้าวหน้า
พ.ศ. ๒๕๒๖-๒๕๒๙ ประธานสภาผู้แทนราษฎร
พ.ศ. ๒๕๒๙ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคก้าวหน้า
พ.ศ. ๒๕๓๑ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคก้าวหน้า
พ.ศ. ๒๕๓๓–๒๕๓๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
พ.ศ. ๒๕๓๕ หัวหน้าพรรคเอกภาพ
พ.ศ. ๒๕๓๕ (มีนาคม) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคเอกภาพ
พ.ศ. ๒๕๓๕ (กันยายน) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรค เอกภาพ
พ.ศ. ๒๕๓๕–๒๕๓๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
พ.ศ. ๒๕๔๐ ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ
พ.ศ. ๒๕๔๔-๔๘ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย
ข้อมูลจาก: https://th.wikipedia.org/wiki/อุทัย พิมพ์ใจชน


