พระครูโกศลถาวรกิจ
บุคคลดีเด่น จังหวัดปราจีนบุรี
พระครูโกศลถาวรกิจ มีนามเดิมว่า นายถาวร ชลารักษ์ เกิดเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๔๗๗ ที่บ้านเลขที่ ๖ หมู่ที่ ๓ ตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี บิดาชื่อ นายบุญธรรม ชลารักษ์ มารดาชื่อ นางบุณเลื่อน ชลารักษ์ (นาคะเสถียร) มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน รวม ๑๒ คน เป็นชาย ๗ คน
หญิง ๕ คน พระครูโกศลถาวรกิจ ได้อุปสมบทณ วัดบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาจนถึงปัจจุบัน
(พ.ศ. ๒๕๔๑) เป็นเวลา ๔๔ พรรษา โดยมีพระครูสิทธิสารคุณ (หลวงพ่อจาด) วัดบางกระเบาเป็นพระอุปัชฌาย์
ท่านได้ปฏิบัติภารกิจและอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนาและการพัฒนาสังคมอย่างแท้จริง เพราะนอกเหนือจากการปฏิบัติกิจของสงฆ์ที่บริบูรณ์ครบถ้วนแล้ว ท่านยังอุทิศตนในการเป็นผู้นำการพัฒนาชุมชนโดยเสมอมา ท่านได้สร้างบทบาทของสงฆ์ให้โดดเด่นในด้านการพัฒนาความเจริญให้แก่ท้องถิ่น ในขณะที่สังคมได้เปลี่ยน ไปอย่างรวดเร็ว
ผลงานของท่านที่ปรากฏมีดังนี้
๑. ดำเนินการติดต่อขอรับบริจาคที่ดิน ๓๕ ไร่ เพื่อจัดตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำตำบล ได้แก่โรงเรียน
ศรีรักษ์ราษฎร์บำรุงซึ่งปัจจุบันเปิดสอนนักเรียนทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนต้นถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย
๒. ดำเนินการติดต่อขอรับบริจาคที่ดิน ๑ ไร่ เพื่อจัดตั้งสถานีอนามัยประจำตำบลของตำบลบางแตน ปัจจุบันได้ขยายเป็นอนามัยชั้น ๑ มีพื้นที่ ๓ ไร่
๓. ดำเนินการติดต่อประสานงานกับร.ต.ไชยโรจน์ ปภาสวัส นายอำเภอบ้านสร้าง ในขณะนั้น จัดซื้อที่ดิน
๕๕ ไร่ ๒ งาน ๒๐ ตารางวา น้อมเกล้าฯถวายแด่พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
๔. ดำเนินการติดต่อประสานงานกับประชาชนในการทำถนนเชื่อมหมู่บ้าน สร้างสะพานข้ามคลองขุดลอก
สระน้ำแลคูคลองเพื่ออำนวยความสะดวกในด้านการคมนาคมและการติดต่อสื่อสารให้แก่ประชาชน
๕. จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมอาชีพประชาชน สนับสนุนการทำนา ๒ ครั้ง (ในเขตพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี) จากจุดเริ่มต้นที่ตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้างสืบเนื่องจากการเกิดอุทกภัยร้ายแรงในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ๒๕๓๓ และ ๒๕๓๘
ประชาชนได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัสท่านได้ให้ความช่วยเหลือสงเคราะห์ชาวนาที่ประสบอุทกภัย โดยจัดซื้อพันธุ์ข้าวปลูกนาปรังจากจังหวัดฉะเชิงเทราและสุพรรณบุรีมาให้ชาวนายืมไปปลูกเป็นครั้งที่ ๒ จำนวน ๑๒๐ เกวียนการทำนา ๒ ครั้ง หรือการทำนาปรังได้มีการขยายพื้นที่และเป็นที่นิยมทำมาจนถึงทุกวันนี้
๖. จัดตั้งธนาคารข้าวโดยจัดตั้งเป็นกองทุนหมุนเวียนช่วยพยุงฐานะชาวนาที่ยากจน
๗. จัดตั้งมูลนิธิหลวงพ่อคุ้มราษฎร์ประชานุสรณ์(วัดบางแตน)
๘. จัดตั้งมูลนิธิสงเคราะห์นักเรียนยากจนวัดบางแตน
๙. จัดตั้งศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดเพื่อเตรียมความพร้อมของเด็กก่อนวัยเรียนและช่วยลดภาระ
การเลี้ยงดูเด็กของผู้ปกครองทำให้ผู้ปกครองไปประกอบอาชีพได้โดยไม่ต้องห่วงใยบุตรธิดา
๑๐. จัดตั้งกองทุนหมุนเวียนสนับสนุนศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด
๑๑. จัดตั้งกองทุนหมุนเวียนสงเคราะห์คนชราผู้ยากไร้
๑๒. จัดตั้งกองทุนมูลนิธิหลวงพ่อสายหยุด นาคะเสถียรเพื่อเป็นการอนุรักษ์มรดกไทย
๑๓. จัดตั้งกองทุนมูลนิธิ ปู่ฉ่ำ ย่าเขียด ชลารักษ์ เพื่อการศึกษาจากผลงานและการเป็นผู้นำชุมชนในการพัฒนาทั้งด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รวมทั้งด้านสาธารณสุข การคมนาคมและสังคมสงเคราะห์ของท่านซึ่งดำเนินไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดยั้ง คณะกรรมการอำนวยการงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา
เนื่องในวันวิสาขบูชา ในพระสังฆราชูปถัมภ์ได้ประกาศยกย่อง เชิดชูเกียรติให้เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาในด้านการส่งเสริมการพัฒนาชุมชนโดยใช้หลักธรรมทางพุทธศาสนา และได้รับพระราชทาน “เสาเสมาธรรมจักร” จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๓๓ และได้รับยกย่องเป็นคนดีศรีปราจีนบุรี นอกจากนี้ยังได้รับพระราชทานโล่ เข็มเชิดชูเกียรติ ประกาศเกียรติคุณบัตร จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๓๕ ด้านการอนุรักษ์มรดกไทยดีเด่นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชเสาวนีย์โปรดเกล้าฯให้สภากาชาดไทย รับพระครูโกศลถาวรกิจเป็นสมาชิกวิสามัญของสภากาชาดไทยตลอดชีพ ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๗ พระครูโกศลถาวรกิจ ได้รับการยกย่องให้เป็นคนดีศรีปราจีน เมื่อปี ๒๕๓๗ และในงานอนุรักษ์มรดกไทย ๒ เมษายน ๒๕๔๓ จังหวัดปราจีนบุรีได้พิจารณาคัดเลือกให้พระครูโกศลถาวรกิจ เป็นผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรมประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๓
ข้อมูลจาก: สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติมหาวิทยาลัยรามคำแหง
