จำนง รังสิกุล

บุคคลดีเด่น จังหวัดปราจีนบุรี

ประวัติ

        เกิดเมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๔๕๖ ที่อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี บิดาชื่อหลวงบัญชาพิชิตราษฎร์ มารดาชื่อนางจันทร์ รังสิกุล จำนง รังสิกุล
เป็นบุตรคนแรกในจำนวน ๖ คน สมรสกับนางพิสมัย อมาตยกุล เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๔๘๗ มีบุตร ธิดา รวม ๓ คน คือ นางพัชรี รังสิกุล นางนิรมล สุขสุพันธ์
และนายธีรชัย รังสิกุล

การศึกษา

         เริ่มเรียนหนังสือชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่จังหวัดนครนายก และฉะเชิงเทรา สำเร็จวิชากฎหมายแผนกรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขณะที่เป็นนิสิตชั้นปีที่ ๒ แผนกรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโอนไปขึ้นกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงเรียนต่อจนจบหลักสูตร สำเร็จ ปริญญาธรรมศาสตร์บัณฑิต 
เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๘ ได้รับพระราชทานปริญญาเอกกิตติมศักดิ์จากสองมหาวิทยาลัยในปีพ.ศ. ๒๕๒๘ คือวารสารศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์และนิเทศศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การทำงาน

         จำนง รังสิกุล เริ่มรับราชการครั้งแรกเป็นปลัดอำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ลาออกจากปลัดอำเภอไปเป็นผู้ตรวจการ และผู้ควบคุมโควต้ายางพาราสังกัดกรมเกษตรและการประมง และโอนไปรับราชการกรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ต่อมาได้โอนไปที่กรมโฆษณาการปัจจุบันคือ กรมประชาสัมพันธ์ ทำหน้าที่แปลข่าวและจัดรายการวิทยุ เมื่อปีพ.ศ. ๒๔๙๓ ได้รับอนุมัติให้เดินทางไปเป็นผู้ประกาศข่าวภาคภาษาไทยวิทยุบีบีซี กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นเวลา ๓ ปีจนหมดสัญญาจึงได้เดินทางกลับมาเป็นหัวหน้ากองวิทยุกระจายเสียงต่างประเทศคนแรกของประเทศไทยเมื่อมีการจัดตั้งบริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด ขึ้นเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรีรัฐบาลจึงได้อนุมัติให้ไปช่วยงานทั้งทางด้านวิทยุ (ท.ท.ท.) และโทรทัศน์ (ไทยทีวี ช่อง ๔ บางขุนพรหม) ระหว่างปีพ.ศ. ๒๔๙๗-๒๕๑๑ รวมเวลา ๑๕ ปี ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการทั่วไป และผู้อำนวยการฝ่ายจัดรายการและโฆษณา ต้องปฏิบัติงานราชการประจำและช่วยงานรัฐวิสาหกิจด้วย ตำแหน่งสุดท้ายในราชการคือ ผู้อำนวยการกองข่าว (ทั้งในประเทศและต่างประเทศ) กรมประชาสัมพันธ์

         เมื่อเกษียณอายุราชการแล้วท่านมิได้หยุดนิ่งการทำงาน ท่านอุทิศกายและใจเพื่อทำประโยชน์แก่สังคมทางด้านสื่อสารมวลชนและศิลปวัฒนธรรมต่อไป
ท่านได้เป็นที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ของธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ได้ร่วมสร้างงานให้ธนาคารกรุงเทพ จำกัด มากมาย เช่น การสร้างศูนย์สังคีตศิลป์
และห้องสมุดศูนย์สังคีตศิลป์ รายการโทรทัศน์”หนึ่งในร้อย” รายการสังคีตภิรมย์รายการดนตรีสโมสรธนาคารกรุงเทพ รายการวิทยุสังคีตสยาม รายการวิทยุ
บ้านไร่นาเรา รายการวิทยุหมอชาวบ้าน ฯลฯโครงการประกวดวรรณกรรมบัวหลวงของธนาคารกรุงเทพท่านได้ริเริ่มให้มีการจัดประกวดวรรณกรรมประเภทนวนิยายเรื่องสั้นเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากวรรณกรรมประเภทร้อยแก้วและร้อยกรองจนเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายและยอมรับในผลงานนั้น ท่านเป็นที่ปรึกษาบริษัท ประกิต แอนด์เอฟซีบี จำกัด (มหาชน)นอกจากนี้ท่านยังได้เป็นประธานอำนวยการจัดรางวัลสำหรับโทรทัศน์ “รางวัลเมขลา” ในสี่ปีแรกพ.ศ. ๒๕๒๓-๒๕๒๖ และเป็นประธานชมรมส่งเสริมโทรทัศน์ จัด “รางวัลโทรทัศน์ทองคำ” ตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๒๙-๒๕๓๗ ในปีพ.ศ. ๒๕๓๐ ท่านได้รับ “รางวัลสังข์เงิน” ในฐานะนักประชาสัมพันธ์ ผลงานดีเด่นสาขาวิทยุโทรทัศน์ จากสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย

ปลาหมอ
นายระทวย รื่นระทม
ศัตรุนชัย
ศุภมิตร
เจือจันทร์
จินตนา 
จำนง รังสิกุล

ปลาหมอ
เขียนเรื่อง รัก
เขียนเรื่อง รัก
เขียนบทวิจารณ์ข่าวต่างประเทศ
เขียนเกี่ยวกับดนตรี
เขียนตอบปัญหาชีวิตและสารคดีในนิตยสาร “สตรีสาร”
เขียนเรื่องประเภทสารคดี

ผลงาน

         เขียนบทความวิจารณ์หรือสารคดีลงหนังสือพิมพ์รายวันอิสสรธรรม เขียนคอลัมน์บรรยายประกอบเพลง คอลัมน์”สนทนาพาที” ตอบปัญหาชีวิตและสารคดีน่ารู้ต่างๆ ลงในนิตยสารสตรีสาร และมีผลงานหนังสือเช่น “ปัญหาเฉพาะหน้า” “ผะหมี” “สนทนาพาที เล่ม ๑” “สนทนาพาที เล่ม ๒” ตำนานโทรทัศน์ในเมืองไทยเริ่มขึ้นเมื่อพ.ศ. ๒๔๙๘ โดยบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด ซึ่งออกอากาศด้วยระบบเอฟซีซี (๕๒๕ เส้น) ภาพขาวดำ ชื่อที่เรียกกันโดยทั่วไปของสถานีโทรทัศน์ คือ “ช่อง ๔
บางขุนพรหม” สำหรับ ตำนานบุคคลในวงการโทรทัศน์ไทย “จำนง รังสิกุล” เป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงให้เป็น “บิดาแห่งวงการโทรทัศน์ไทย” เหตุผลก็คือ ท่านเป็นบุคคลสำคัญและมีบทบาทอย่างยิ่งในการบุกเบิก “โทรทัศน์” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ท่านได้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการทั่วไป และผู้อำนวยการ
ฝ่ายจัดรายการและโฆษณาไทยทีวี ช่อง ๔ บางขุนพรหม เป็นผู้คิดรายการหลากหลายให้แก่ช่อง ๔ อาทิ รายการสารคดีสด และเรียกรายการนี้ว่า “สารานุกรม
ทางอากาศ” โดยมอบให้คุณพิชัย วาศนาส่ง และ คุณสมจิตต์สิทธิไชย ผลัดกันทำหน้าที่แนะนำวิทยากรและเป็นผู้ซักถามปัญหาต่างๆ หน้าที่นี้ท่านให้เรียกว่า “พิธีกร” ซึ่งตำแหน่งพิธีกรก็เป็นที่เรียกขานกันต่อมาจนทุกวันนี้ รายการ “โต๊ะกลมไทยทีวี” เป็นรายการที่ท่านเป็นผู้ดำเนินการอภิปรายปัญหาน่าสนใจที่ประชาชนอยากทราบ โดยเชิญบุคคลสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นมาร่วมรายการ รายการต่างๆ ที่มีผู้นิยมอีกมากท่านเป็นผู้ริเริ่มทั้งสิ้น เช่น รายการ “ลับแลกลอนสด” เป็นรายการประชันกลอนเป็นทีมโดยมีวงดนตรีไทยบรรเลงเพลงประกอบ นักกลอนในสถาบันการศึกษาต่างๆ ต่างได้มาฝากฝีปากฝีมือกันมากหน้าหลายตา ที่ขึ้นชื่อลือลั่นเช่น ภิญโญ ศรีจำลอง จินตนา ปิ่นเฉลียวเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ฯลฯ จึงเป็นรายการค้นหาเพชรในวงการกวีมาเจียระไนได้อย่างมากมายที่สุด และยังช่วยปลุกเร้าให้เกิดการตื่นตัวในวงการกวีเกิดการก่อตั้งชมรมนักกลอน ซึ่งกลายมาเป็นสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน และก่อให้เกิดรายการชมรมวรรณศิลป์
ในสถาบันการศึกษาต่างๆ รายการ “มาลัยลอยวน” สอนการรำละครไทยโดยครูสัมพันธ์ พันธมณี รายการเพลง “ลูกทุ่งกรุงไทย” โดยประกอบ ชัยพิพัฒน์ รายการ
“ผะหมี” เป็นรายการตอบปัญหาคำกลอนสี่สุภาพชิงรางวัลที่ท่านเป็นพิธีกรเองโดยลงทุนแต่งตัวเป็นซินแสจีน ตั้งกระทู้ถามปัญหา และมีคุณอารีย์ นักดนตรีเป็น
ผู้ช่วย รายการ “ช่องนำโชค” คุณพิชัยวาศนาส่ง และคุณดาเรศ ศาตะจันทร์ เป็นผู้ช่วยจัดรายการ รายการนี้ผู้ตอบปัญหากลายเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงสำคัญของ
บ้านเมืองใน
เวลาต่อมา เช่น คุณสมัคร สุนทรเวช ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล เกษม การ์เตอร์ สรรพางค์ ธิตานนท์ ฯลฯ จำนง รังสิกุล เป็นผู้ที่มีความรักในดนตรีและละครมาก ท่านได้ดำริรายการต่างๆ ที่เกี่ยวกับเพลงและเป็นผู้คิดชื่อรายการเองทั้งสิ้น เช่น รายการ “คันธรรพศาลา” รายการ “เพลงแห่งความหลัง” และรายการ “เพลงกล่อมจิตร” จัดโดย กัณฑรีย์ นาคประภา รายการ “ขวัญดาว” จัดโดย รัก รักพงษ์ (พระโพธิรักษ์) รายการ “เพลงนานาชาติ” จัดโดยรุ่งกานต์ อิงคตานุวัฒน์ นอกจากรายการเพลงก็เป็นรายการละคร ในยุคแรกนั้นจะเป็นละครสดไม่มีการบันทึกเทปและการตัดต่อเทป ต้องแสดงกันสดๆ ตั้งแต่เริ่มรายการจนจบเป็นเวลาประมาณ ๒ ชั่วโมง รายการละครที่ท่านดำริมีทั้งละครชีวิต ละครพันทาง ละครตลกจี้เส้น ละครร้อง ผู้แสดงส่วนใหญ่เป็นพนักงานของไทยทีวี ช่อง ๔ และเป็นที่รู้จักกันในวงการละครโทรทัศน์ไทยเช่น ฉลอง สิมะเสถียร, กัณฑรีย์ นาคะเสถียร, สินีนาฏโพธิเวส, สักกะ จารุจินดา, ดาเรศร์ ศาตะจันทร์, อาคม มกรานนท์, สอาด เปี่ยมพงษ์ศานต์, สมจินต์ ธรรมทัต,อารีย์ นักดนตรี, กำธร สุวรรณปิยะศิริ, นันทวัน เมฆใหญ่, นฤพนธ์ ดุริยพันธ์,สุรินทร์ แสงขำ, กนกวรรณ ด่านอุดม, ศิริพร วงศ์สวัสดิ์ ฯลฯ ท่านเป็นผู้ที่สายตาแหลมคมสามารถมองเห็นพรสวรรค์และความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของผู้ร่วมงานแต่ละคนท่านเป็นผู้เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานเหล่านั้นได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่โดยท่านจะคอยส่งเสริมสนับสนุนให้แต่ละคนก้าวเดินไปตามเส้นทางของเขา อย่างมั่นใจ

ข้อมูลจาก: สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

Scroll to Top