การละเล่นการทายโจ๊กพนัสนิคม
การเล่นทายปริศนาเป็นการเล่นเพื่อทดลองภูมิปัญญาซึ่งกันและกัน เป็นการเล่นที่ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน ฝึกให้ผู้เล่นรู้จักใช้ความสังเกต ความคิด และเชาวน์ปัญญาในการแก้ปัญหา การเล่นปริศนาของไทยนั้นได้แก่ ปริศนา อะไรเอ่ย ตัวอย่างเช่น
อะไรเอ่ย ต้นอะไรเอ่ย ต้นเท่าแขนใบแล่นเสี้ยว ต้นเท่าขาใบวาเดียว???? คำเฉลยคือ อ้อย / กล้วย
อะไรเอ่ย สูงเทียมฟ้า ต่ำกว่าหญ้านิดเดียว?????????????? คำเฉลยคือ ภูเขา
อะไรเอ่ย หีบขาวใส่ผ้าเหลือง คนทั้งเมืองไขไม่ออก?????? คำเฉลยคือ ไข่
การทายโจ๊ก หรือ โจ๊กปริศนา คือปริศนาร้อยกรอง ที่ฝึกสมองประลองปัญญาผู้เล่นทุกคน กล่าวคือ ปริศนาร้อยกรองดังกล่าว จะเป็นโคลง ฉันท์ กาพย์ หรือ กลอนก็ได้ ซึ่งปริศนา ๑ ชุด จะมี ๔ บรรทัด ๔ คำตอบ โดยจะเรียกว่า “๔ บาท” โดยทุกคำตอบจะมีความสัมพันธ์กัน อุปกรณ์การเล่นทายโจ๊ก จะประกอบด้วย ฆ้อง กริ่งไฟฟ้า และ กลอง ซึ่ง นายโจ๊ก หรือ ผู้จัดทำ จะเป็นผู้เตรียมไว้อยู่แล้วทุกคำตอบของโจ๊กปริศนา ทั้ง ๔ คำตอบ จะมีความสัมพันธ์กัน ปัจจุบัน รูปแบบที่นิยมมีทั้งหมด ๑๐ รูปแบบ ดังนี้
๑). พ้องคำเดี่ยว เป็นธงโจ๊กที่มีคำเฉลยเป็นคำเดียวพยางค์เดียวเหมือนกันทั้งชุด (เช่น เกลือ กลัว เกลอ กลอง)
๒). พ้องคำหน้า เป็นธงโจ๊กที่มีคำเฉลยที่มีพยางค์เท่ากันทั้งชุดตั้งแต่ ๒ พยางค์ขึ้นไปและคำหน้าเหมือนกันทุกคำตอบ (เช่น น้ำเต้า น้ำใจ น้ำค้าง น้ำยา)
๓). พ้องคำหลัง เป็นธงโจ๊กที่มีคำเฉลยที่มีพยางค์เท่ากันทั้งชุดตั้งแต่ ๒ พยางค์ขึ้นไปและคำสุดท้ายเหมือนกันทุกคำตอบ (เช่น สองใจ หัวใจ จิตใจ รวมใจ)
๔). พ้องคำกลาง เป็นธงเจ๊กที่มีคำเฉลยที่มีพยางค์เท่ากันตั้งแต่ ๓ พยางค์ขึ้นไป และคำกลางเหมือนกันทุกคำตอบ (เช่น แก๊งสามช่า ตราสามดวง ม่วงสามหมอก หอกสามสี)
๕). คำผัน เป็นธงโจ๊กที่คำเฉลยมีพื้นฐานมาจากคำเดี่ยวเสียงยาว บังคับด้วยไม้เอกไม้โทไม้ตรีและไม้จัตวา (เช่น เสือ เสื่อ เสื้อ)
๖). คำผวน เป็นธงโจ๊กที่มีคำเฉลยที่มีจำนวนพยางค์เท่ากันตั้งแต่ ๒ คำขึ้นไป โดยเมื่อผวนแล้วจะได้คำตอบที่ถูกต้องในบาทนั้นๆ (เช่น นีรา-นารี นีวา-นาวี นีดา-นาดี นีคา-นาคี)
๗). คำสุภาษิต พังเพย เป็นธงโจ๊กที่ไม่จำกัดพยางค์ก็ได้เพราะยึดถือ คำตอบตามสุภาษิต พังเพยที่เห็นอยู่ในสังคม (เช่น ปอก กล้วย เข้า ปาก)
๘). คำพันหลักแบบลูกโซ่ เป็นธงโจ๊กที่บังคับจำนวนพยางค์ให้เท่ากันทุกบรรทัด ตั้งแต่ ๒ คำหรือ ๒ พยางค์ขึ้นไป เอาคำสุดท้ายของคำตอบแรกมาเป็น คำแรกของคำต่อไปจนครบทุกบรรทัดจะเห็นความเกี่ยวเนื่องกันไปเหมือนลูกโซ่ (เช่น แม่น้ำ น้ำพริก พริกไทย ไทยรัฐ )
๙). คำตัดคำต่อ เป็นธงโจ๊กที่ต้องแก้ปริศนาหลายชั้นมากที่สุดมีหลักเกณฑ์เดียว คือต้องมีเหตุผลในการให้คำตอบ เพียงแต่อ่านปริศนาให้เข้าใจก่อนจะดีปัญหาเป็น รูปธรรม (เช่น มา มาลา มาลาคำ มาลาคำจันทร์, มา มาร มารยา มารยาท)
๑๐). โจ๊กภาพ สามารถเอาแบบทั้ง ๙ แบบ ๑๔ อย่างมาเขียนเป็นภาพให้ทายกันได้ ยิ่งเป็นคำผวน คำผันยิ่งเขียนได้อีกหลายภาพ ถ้าเป็นการเล่นของเด็กนักเรียน ก็มีการผสมคำอีกต่างหาก (เช่น ในรายการเวทีทอง)
ข้อมูลจาก: http://joke-panus.spatc.net/ประวัติโจ๊กปริศนา/
